0 Comments
บริษัทรับออกเเบบบ้าน

ข้อควรรู้ก่อนจะเริ่ม ใช้บริการบริษัทรับออกเเบบบ้าน

ในการสร้างบ้านนั้นมีเรื่องราวมากมาย หลากหลายที่เราต้องคิดและต้องศึกษาหาความรู้นะครับ และ ในการสร้างบ้านเองก็มีเรื่องที่ต้องรู้มากมายเลยทีเดียว ดังนั้นในบทความนี้สำหรับคนที่ต้องการจะหาความรู้ในเรื่องของการสร้างบ้านและบริษัทรับออกเเบบบ้านนั้นเราได้รวบรวมไว้เเล้วกับ ข้อควรรู้ก่อนจะเริ่ม ใช้บริการบริษัทรับออกเเบบบ้าน  มาลองดูกันครับว่ามีเรื่องอะไรบ้าง   สร้างเอง หรือ บ้านจัดสรร  อย่างเเรกที่สำคัญเลยนั้นคือในเรื่องของคำถามระหว่างการสร้างบ้านเอง ด้วยบริการรับออกเเบบ้าน หรือ การเลือกซื้อบ้านด้วยหมู่บ้านจัดสรรนั้นอย่างไหนที่ตอบโจทย์เรามากกว่า และ แบบไหน ที่ใช่ความชอบเราจริง ๆ เพราะบ้านนั้นเป็นที่ที่เราจะต้องอยู่ตลอดนะครับ การหาความสบายใจให้ตัวเองนั้นเป็นอย่างเเรกที่ควรทำนะครับ   ผู้รับเหมา หรือ บริการรับออกเเบบ้าน   ในส่วนต่อมาหากเราตัดสินใจว่าเราจะสร้างบ้านเองเเล้ว เราจะต้องศึกษาในเรื่องของการสร้างบ้านหลากหลายเรื่องเเต่เรื่องที่สำคัญที่สุดคือ ใครจะสร้างบ้านให้เราระหว่างผู้รับเหมา และ บริษัทรับสร้างบ้าน ซึ่งทั้ง 2 เเบบนั้นต่างมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันนะครับ ลองศึกษาดูดี ๆ ก่อนนะครับ   งบประมาณมักบานปลายเสมอ   ถึงแม้เราจะพยายามคุบงบประมาณในการก่อสร้างขนาดไหน เเต่ว่าก็ยังมีงบประมาณที่บานปลายอยู่ดี ดังนั้นเราจจะต้องมีงบประมาณในการสร้างบ้านสำรองไว้ด้วยเช่นกันร ไม่เช่นนั้นบ้านของเราอาจจะไม่เป็นอันเสร็จสิ้นก็ได้นะครับ  ทุกการก่อสร้างนันจะต้องมีหลักฐานเสมอ   อีกหนึ่งความสำคัญนั้นคือในเรื่องของทุกการก่อสร้างนั้นจะต้องมี หลักฐานที่ชัดเจน ไม่ว่าการก่อสร้างบ้านเล็ก หรือ บ้านใหญ่ก็ตาม โดยเราควรจะต้องเก็บเอกสารสัญญาให้อยู่ครบ และ เอกสารทุกอย่างจะต้องชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นจำนวนเงิน และ จำนวนของงวดในการจ่าย กสำคัญด้วยเช่นกัน  ดังนั้นสำหรับใครที่กำลังจะสร้างบ้านนั้น การหาความรู้ไว้ก่อนถือเป็นเรื่องที่สำคัญนะครับ เพราะว่าการสร้างบ้านนั้นถือเป็นเรื่องใหญ่ การมีความรู้ และ ความเข้าใจไว้ก่อนจะทำให้เราได้เปรียบขึ้นกว่าคนที่ไม่รู้นะครับ และ จะทำให้เราเสียเงินน้อยกว่าด้วยนะครับ 

0 Comments
เรือนไทยจัดงานแต่งงาน

เรือนไทยจัดงานแต่งงาน ที่ดีต้องมีลักษณะอย่างไร

ปัจจุบันกระแสการจัดงานแต่งงานที่เรือนไทยถือได้ว่ามีความนิยมเป็นอย่างสูง จากสมัยก่อนที่เรามักจะเห็นพวกดารานักแสดงแต่งงานกันที่เรือนไทยจัดงานแต่งงาน ให้เช่าตามโรงแรมต่างๆ ปัจจุบันนี้คนธรรมดาก็หันมาจัดเรือนไทยแต่งงานกันเช่นกัน หลายคนคงสงสัยว่าเพราะอะไรจึงเป็นเช่นนั้น ต้องบอกเลยว่าการจัดเรือนไทยแต่งงานนั้นถือเป็นความเหมาะสมสำหรับคู่บ่าวสาวที่ใช้ชีวิตในเมืองไทยอย่างยิ่ง เนื่องจากเมืองไทยเป็นเมืองที่เปี่ยมล้นไปด้วยวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าตามแบบไทยๆ เรือนไทยก็เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของความงามตามแบบไทย โดยเรือนไทยจัดงานแต่งงาน ที่ดีต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้   1.ฝีมือปราณีตเรียบร้อย  การสร้างบ้านเรือนไทยนั้นถือเป็นการโชว์ฝีมือของช่างในยุคเก่าก่อนเลยก็ว่าได้ แต่ปัจจุบันนี้ช่างสร้างเรือนไทยหาได้ยากยิ่ง ที่เคยมีอยู่ก็เริ่มล้มหายตายจากกันไปหมดแล้ว เนื่องจากว่าไม่มีผู้คิดสืบต่อการสร้างเรือนไทยนั่นเอง ปัจจุบันคนหันมานิยมสร้างบ้านสไตล์โมเดิร์น เนื่องจากมีราคาถูกเหมาะสมกับยุคสมัยไม่เชย ทำให้ช่างสร้างเรือนไทยไม่มีอาชีพและรายได้หันไปประกอบอาชีพอื่นกันบ้างไม่มากก็น้อย ดังนั้นเมื่อคุณจะเช่าเรือนไทยแต่งงานก็อย่าลืมว่าให้ดูฝีมือของการสร้างบ้านเรือนไทย มีดีหรือไม่อย่างไรเพราะว่าฝีมือที่ดีจะทำให้คุณสามารถอวดแขกได้อย่างภาคภูมิใจว่าเรือนไทยที่คุณเช่ามาในราคาสูงนี้สามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ  ต้อนรับผู้ที่มาร่วมงานได้อย่างมีความสุขและทำให้เกิดความสนุกสนานในงานแต่งงาน  2.มีการลงเงา  หลายคนอาจไม่รู้ว่าการลงเงาของบ้านเรือนไทยนั้นคือสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน เพราะจะช่วยเสริมสร้างความงดงามให้กับเรือนไทยได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญยังทำความสะอาดง่ายเช็ดล้างง่ายเหมาะสมสำหรับคนที่ไม่อยากให้การทำความสะอาดเรือนไทยหลังจัดงานแต่งงานเป็นเรื่องยากลำบาก   3.หลังคากระเบื้องดินเผา  หลังคาของเรือนไทยที่แท้จริงไม่ใช่หลังคาลอนคลื่นหรือหลังคาสังกะสีแต่อย่างใด หากแต่เป็นหลังคากระเบื้องดินเผาที่สร้างด้วยฝีมือของคนสมัยโบราณ ปัจจุบันยังคงพอมีเหลืออยู่บ้างเหมาะสมสำหรับการตกแต่งบ้านเรือนไทยหรือตามวัดวาอารามนั่นเอง หากใครที่กำลังมองหาบ้านเรือนไทยสำหรับเช่าแต่งงานแนะนำว่าให้ดูที่มีหลังคากระเบื้องดินเผาเพราะคุณจะพบว่าสวยงามกว่าแบบอื่นๆ   และนี่ก็คือเทคนิคในการเลือกเรือนไทยดีๆ สำหรับใครที่อยากจะเช่าเรือนไทยจัดงานแต่งงานของตนเอง การหาเช่าเรือนไทยไม่ได้ยากแล้วในปัจจุบัน แต่การหาเรือนไทยที่ดีสวยงามจะเป็นสิ่งที่ยากยิ่งกว่าดังนั้นคุณจึงควรเลือกอย่างระมัดระวังจะดีที่สุด 

0 Comments
ประกัน Bigbike

ประกัน Bigbike รู้ไว้ก่อนเลือก

ประกันภัยนั้นไม่ใช่แค่เครื่องช่วยแบ่งเบาภาระให้กับรถยนต์สี่ล้อเท่านั้น เพราะรถมอเตอร์ไซค์เองก็เป็นยานพาหนะที่ต้องทำประกันภัยให้เช่นเดียวกัน รถมอเตอร์ไซค์เองก็มีอยู่หลากหลายประเภทที่ต้องเลือกประกันภัยให้เหมาะสมต่อความต้องการและการดูแลความปลอดภัยที่น่าพึงพอใจ ยิ่งหากคุณเป็นเจ้าของรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ที่ต้องการความดูแลสูงอย่าง Bigbike แล้ว การทำประกันภัยก็จะช่วยให้คุณสามารถดูแลได้อย่างเต็มที่และแบ่งเบาภาระเมื่อเกิดอุบัติเหตุได้มากขึ้น ก่อนทำประกัน Bigbike จึงควรรู้ไว้ก่อนว่าประกันภัย Bigbike มีแบบใดบ้าง  ประกันภัย Bigbike ชั้น 1 คือประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองในขอบเขตสูงสุด  ไม่ว่าจะเป็นการชนแบบใดก็ตาม เช่นการเกิดอุบัติเหตุการชนระหว่างรถด้วยกัน ภัยธรรมชาติอย่างไฟไหม้หรือน้ำท่วม ไปจนถึงให้ความคุ้มครองหากเกิดการสูญหาย ซึ่งการคุ้มครองนี้ครอบคลุมตั้งแต่ค่าเสียหายของบุคคลภายนอกและตัวรถ Bigbike อีกทั้งยังช่วยแบ่งเบาภาระเรื่องค่ารักษาพยาบาลด้วย ประกัน Bigbike ชั้น 1 จึงเหมาะกับผู้ที่ใช้งานรถมอเตอร์ไซค์ Bigbike ที่ใช้งานบ่อย เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย แต่จะต้องสามารถรองรับค่าเบี้ยประกันที่ค่อนข้างสูงตามวงเงินที่คุ้มครองด้วย  แต่หากประกันภัยชั้น 1 ยังเกินความต้องการ อาจขยับมาศึกษาประกัน Bigbike ชั้นอื่นๆ ที่ลดหลั่นลงมาอย่างประกันภัยชั้น 3+ ซึ่งประกันภัยชั้น 3+ นั้น จะให้ความคุ้มครองที่กรณีอุบัติเหตุที่มีคู่กรณีเท่านั้น นั่นคือจะไม่ให้ความคุ้มครองในกรณีที่รถลื่นไถลหรือการสูญหายต่างๆ ซึ่งประกันภัยชั้น 3+ จะเหมาะกับผู้ที่ไม่ค่อยเกิดอุบัติเหตุหรือไม่มีความเสี่ยงของรถหายหรือภัยพิบัติ ต้องการประกันภัยเพียงกรณีอุบัติเหตุที่มีคู่กรณีเท่านั้น ก็ตะได้เบี้ยประกันภัยที่ถูกกว่าและคุ้มค่าความต้องการมากกว่า หรือถ้าประกัน Bigbike ทั้งชั้น 1 และชั้น 3+ ยังไม่ตรงความต้องการ อาจพิจารณาเลือกเพียงประกันภัยชั้น 3 แทน ประกันภัยชั้น 3 เป็นประกันที่เบี้ยประกันค่อนข้างต่ำ เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยได้ใช้รถแต่อยากมีประกันเผื่อไว้ในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น เพราะประกันชั้น 3 ของ Bigbike นี้จะเน้นความคุ้มครองไปที่คู่กรณีเท่านั้น ให้ความคุ้มครองที่ค่ารักษาและค่าเสียหายของฝ่ายคู่กรณีและไม่ครอบคลุมหากเกิดการสูญหายของรถยนต์หรืออุบัติเหตุอื่นๆ ที่ไม่สามารถระบุคู่กรณีได้  การเลือกประกัน Bigbike จึงต้องรู้ความต้องการและพฤติกรรมการใช้งานก่อนแล้วจึงพิจารณาแผนประกันที่มีความคุ้มครองคุ้มค่ากับเบี้ยประกันที่ต้องการ